“สถาบันยานยนต์” หนุนงาน BUS & TRUCK ’19 ชวนประชาชน-ผู้ประกอบการ เข้าร่วมดูเทคโนโลยีจากทั่วโลก

“สถาบันยานยนต์” ร่วมสนับสนุนงาน BUS & TRUCK ’19 ชี้เป็นงานรวบรวมเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากทั่วโลกมาจัดแสดงในเมืองไทย ชวนผู้ใช้รถและประชาชนร่วมชมงาน แนะผู้ประกอบการในธุรกิจที่เกี่ยวข้องควรเข้าชมเพื่อให้เห็นการพัฒนาของคู่แข่งหรือผู้ผลิตจากต่างชาติและนำมาพัฒนาตัวเองเพื่อยกระดับการแข่งขัน พร้อมเผยมุมมองต่ออุตสาหกรรมยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ในประเทศ      

คุณอดิศักดิ์ โรหิตะศุน กรรมการสถาบันยานยนต์ ผู้ทำการแทนผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ เปิดเผยว่า ในงาน BUS & TRUCK ’19 หรืองานแสดงรถเพื่อการพาณิชย์และกิจการพิเศษระดับภูมิภาคอาเซียน ครั้งที่ 16 ซึ่งจัดขึ้นโดยบริษัท ทีทีเอฟ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่จะถึงในปลายปีนี้ สถาบันยานยนต์พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เนื่องจากงานนี้ถือเป็นงานที่รวบรวมเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัยจากบรรดาผู้ผลิตและผู้จำหน่ายทั่วทุกมุมโลกมาจัดแสดงในประเทศ

สำหรับงาน BUS & TRUCK ’19 ตนมองว่า ถือเป็นโอกาศที่ดีที่ผู้อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ประกอบการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์, ผู้ประกอบการผลิตตัวถังและอู่ต่อรถ ตลอดจนผู้ผลิตซอฟต์แวร์หรือแอปพลิเคชันที่ใช้กับยานยนต์ จะได้เห็นนวัตกรรมใหม่ๆ จากคู่แข่งหรือผู้ผลิตจากต่างประเทศ และนำมาพัฒนาตัวเองเพื่อนำไปสู่การยกระดับการแข่งขันได้ในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ

“ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเรียนรู้เทรนด์การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่ง BUS & TRUCK ’19 งานแสดงรถใหญ่รถเพื่อการพาณิชย์และกิจการพิเศษระดับภูมิภาคอาเซียน นับเป็นงานเดียวที่มีการรวบรวมเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัยจากบรรดาผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถเพื่อการพาณิชย์จากในหลายๆ ประเทศมาจัดแสดงที่เมืองไทยโดยไม่ต้องเดินทางไปดูถึงต่างประเทศ ดังนั้น จึงอยากขอเชิญชวนผู้ประกอบการในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์หรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้ใช้รถและผู้สนใจทั่วไป มาชมงานที่มีทั้งสาระ ความรู้ และความบันเทิงภายในงานเดียวกัน และต้องขอชื่นชมและให้กำลังใจกับคณะผู้จัดงานนี้ด้วย ที่ได้เล็งเห็นถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมรถเพื่อการพาณิชย์ ซึ่งเป็นอีกกลุ่มตลาดหนึ่งที่มีความสำคัญในการพัฒนาประเทศมาจัดแสดงให้คนไทยได้สัมผัส ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคตอันใกล้นี้” คุณอดิศักดิ์กล่าว

คุณอดิศักดิ์ กล่าวต่อถึงมุมมองของอุตสาหกรรมยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ในประเทศไทย ว่า ที่ผ่านมาแม้ตลาดยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ของไทยจะมีความต้องการน้อย อีกทั้งยังมีทุนจากต่างประเทศเข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย แต่ไม่ได้ใช้วัตถุดิบภายในประเทศมากนักจึงอาจส่งผลให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนไม่ได้รับอานิสงส์จากตรงนี้เท่าที่ควร เมื่อเทียบกับกลุ่มตลาดรถเล็กที่ใช้วัตถุดิบภายในประเทศ จึงทำให้เกิดห่วงโซ่อุปทานในกลุ่มผู้ประกอบการที่เป็นคนไทย

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันเริ่มมีผู้ประกอบการที่เป็นคนไทยหันมาเป็นผู้ผลิตหรือต่อรถเอง เช่น บริษัท เชิดชัยคอร์ปอเรชั่น จํากัด ร่วมกับบริษัท ฮีโน่มอเตอร์เซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด ผลิตและประกอบโดยสารปรับอากาศชานต่ำ รุ่นใหม่ HYBRID BUS ระบบเครื่องยนต์ดีเซลและไฟฟ้า (ไฮบริด) ขึ้นเองในประเทศ หรือ สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น ที่มีการผลิตรถมินิบัส อลูมิเนียมขึ้นเองจนเริ่มได้รับความนิยมจากผู้ประกอบการรถโดยสาร เป็นต้น

“เนื่องจากที่ผ่านมา งานที่สถาบันยานยนต์ได้ร่วมพัฒนาจะอยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์กลุ่มรถเล็กเป็นส่วนใหญ่ แต่ในปัจจุบันเริ่มมีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของรถบัส หรือรถประจำทางมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากตามมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาที่เริ่มนำรถไฮบริดหรือไฟฟ้าต้นแบบมาใช้ภายในองค์กร ตนจึงเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้จะได้มีส่วนร่วมในการพัฒนายานยนต์เพื่อการพาณิชย์กับกลุ่มผู้ประกอบการดังกล่าวมากขึ้น” คุณอดิศักดิ์กล่าว

สำหรับการผลักดันและพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ สถาบันยานยนต์มีส่วนร่วมสำคัญ ดังนี้ 1.งานด้านศึกษาวิจัยเพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบายภาครัฐ ได้แก่ โครงการจัดทำแผนแม่บทพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ ฉบับที่ 1 ปี พ.ศ. 2545-2549, ฉบับที่ 2 ปี พ.ศ. 2550-2554, ฉบับที่ 3 ปี พ.ศ. 2555-2559 และปัจจุบัน (ปี พ.ศ. 2562) จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อ ทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่

2.งานบริการด้านมาตรฐานและการทดสอบผลิตภัณฑ์ เพื่อยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมยานยนต์ และ 3.งานด้านพัฒนาบุคลากรและสถานประกอบการ ได้แก่ โครงการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์ (AHRDP), โครงการพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วน (SDP), โครงการชุบชีวิตธุรกิจไทย (ITB) และโครงการเสริมสร้างเทคโนโลยีการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ (ATBP)